ผู้เขียน pop| 16 มค. 2555| 0| พิมพ์หน้านี้ | 7030| หลักการ QQR
 
  หลักการ QQR

quote

เรื่องเสี่ยงที่ยังคาใจ  เสี่ยงแค่ไหน ?
สาว ๆ หลายคนอาจจะคาใจกับบางพฤติกรรมที่อาจจะเคยทำแลค่อนข้างกังวล หรือ เคยได้ยินมาแล้วก็สงสัยเช่นกันว่า ถ้าทำแบบนั้นจะเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีหรือไม่เรามาหาคำตอบด้วยกันนะค่ะ
 
หลักการวิเคราะห์ความเสี่ยง(QQR)

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอชไอวี
การพิจารณา “โอกาสเสี่ยงหรือปัจจัยต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี/เอดส์”การที่คน ๆ หนึ่งจะได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายได้จะต้องประกอบด้วยปัจจัยทั้ง 3 ข้อ  ดังนี้

1.        ปริมาณและแหล่งที่อยู่ของเชื้อ (Quantity and Source)

·         แหล่งที่อยู่ของเชื้อเอชไอวี ได้แก่ เลือด  น้ำอสุจิ  สารคัดหลั่ง เช่น น้ำในช่องคลอด และน้ำนม
·         ต้องมีจำนวนเชื้อเอชไอวี  ในปริมาณที่มากพอในสารคัดหลั่งที่เป็นอยู่ของเชื้อ
·         เชื้อเอชไอวี  อยู่ในคนเท่านั้น (จะเกาะอยู่กับเม็ดเลือดขาว)
·         เชื้อเอชไอวี  จะอยู่ในสารคัดหลั่งบางอย่างในร่างกายของคนที่มีเชื้อเอชไอวี  เช่น เลือด  น้ำอสุจิ  น้ำในช่องคลอดและน้ำนมแม่ โดยมีปริมาณไม่เท่ากันในแต่ละแหล่ง

2.        คุณภาพของเชื้อ (Quality)

·         เชื้อเอชไอวีไม่สามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายคนได้  สภาพในร่างกายและสภาพแวดล้อมบางอย่างมีผลทำให้เชื้อไม่มีคุณภาพหรือไม่           สามารถอยู่ได้  เช่น กรดในน้ำลาย  กรดในกระเพาะอาหาร  สภาพอากาศ ความร้อน  ความแห้งและน้ำยาต่าง ๆ

3.        ช่องทางการเข้า-ออก (Route of Transmission)

          ไวรัสเอชไอวีจะต้องถูกส่งผ่านจากคนที่มีเชื้อไปยังอีกคนหนึ่ง ดังนี้
·         เยื่อบุอ่อน  ได้แก่  ตา หู จมูก ปาก จู๋  จิ๋ม  ทวารหนัก
·         แผล (แผลลึก  แผลสด  เสี่ยงมากขึ้น) (แผลตื้น เสี่ยงน้อยลง) (แผลแห้ง  แผลตกสะเก็ด ไม่เสี่ยง)

ฉะนั้นถึงแม้เลือดหรือน้ำต่าง ๆ ที่มีเชื้อเอชไอวีสัมผัสตามร่างกายแต่ไม่มีช่องทางเข้า เช่น แผล หรือ เยื่อบุอ่อนเราก็ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
 
หมายเหตุ: โอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี/เอดส์  ต้องมี 3 องค์ประกอบครบถ้วน  ทั้งปริมาณและแหล่งที่อยู่ของเชื้อ  คุณภาพของเชื้อและช่องทางการเข้า-ออก ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งคนๆ นั้นจะไม่สามารถรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ และสิ่งที่ต้องคำนึงคือโอกาสและความเป็นจริงว่าเราทำพฤติกรรมแบบนั้นหรือไม่



มาพิจารณาพฤติกรรมต่างๆกันดูค่ะ
 
การกินน้ำอสุจิ/การทำออรัลเซ็กส์ตอนเป็นร้อนในหลาย ๆ จุด /คู่นอนใช้ปากทำออรัลเซ็กส์ให้กับเรา
คำตอบ  เสี่ยง
1.         การกลืนน้ำอสุจิ เสี่ยงน้อย เพราะ...  ถึงแม้ว่าเชื้อเอชไอวีจะอยู่ในน้ำอสุจิก็ตาม แต่เราได้กลืนน้ำอสุจิได้ลงไปในกระเพาะอาหารแล้วเมื่อน้ำอสุจิลงไปในกระเพาะอาหารก็จะเจอกับกรดในกระเพาะอาหาร เชื้อเอชไอวีไม่สามารถอยู่ได้ แต่หลายคนก็ยังกังวลเพื่อว่าตนเองฟันผุจะมีโอกาสหรือไม่นั้น ก็มีภาวะเสี่ยงแต่ก็ยังน้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นถ้าเรากินน้ำอสุจิของคู่นอนที่มีเชื้อหนองในเราอาจจะรับเชื้อหนองในไว้ที่ลำคอได้

2.       ถ้าเราทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนตอนมีแผลร้อนในหลาย ๆ จุด เสี่ยงน้อยมาก เพราะ... ปากที่มีแผลร้อนในไม่สามารถเป็นช่องทางให้เชื้อเล็ดรอดเข้าไปได้แต่ในชีวิตจริงหลาย ๆ คน ถ้าปากร้อนในมีแผลหลายจุดเรามักจะใช้ปากให้น้อยที่สุด เช่น พูด หรือ การกินอาหารที่เผ็ดจัด หรือ อาหารแบบร้อน ๆ เพราะมันจะเจ็บปากมาก ถ้าเราหลีกเลี่ยงการใช้ปากทำออรัลเซ็กส์ให้กับคู่นอนไม่ได้ สิ่งที่จะช่วยเราให้มีภาวะเสี่ยงน้อยคือ การใช้ถุงยางอนามัยขณะใช้ปากทำออรัลเซ็กส์ แต่ถ้าต้องทำออรัลเซ็กส์ให้ให้กับคู่นอนจริง ๆ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย กรณีปากไม่มีแผล... ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือแปรงฟัน เพราะการทำความสะอาดช่องปากก่อนที่เราจะออรัลเซ็กส์นั้นจะทำให้เชื้อโรคที่เราเรียกว่าเชื้อโรคเจ้าถิ่นหายไป ซึ่งอย่างน้อยเชื้อโรคพวกนี้ก็พอจะช่วยเราได้บ้าง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงเมื่อต้องใช้ปากทำออรัลเซ็กส์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยคือ การติดเชื้อหนองในที่ลำคอ

3.       หลายคนค่อนข้างกังวลว่าถ้าคู่นอนเรามีเชื้อเอชไอวีแล้วใช้ปากทำออรัลเซ็กส์ให้กับเรา เราจะเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ต้องบอกว่าไม่เสี่ยงเลย เพราะ....เราเป็นคนที่ปล่อยน้ำอสุจิของเราเข้าปากคู่นอนซึ่งเราเองก็ไม่ได้รับน้ำอสุจิของคู่เข้าร่างกายแต่อย่างใดฉะนั้นความเสี่ยงจึงไม่มี

ผู้ชายเอาอวัยวะเพศวนรอบรูทวารก่อนจะสอดใส่ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย (ตอนวนไม่ได้ใช้ถุงยาง)
คำตอบ เสี่ยงน้อย
·         การใช้อวัยวะเพศถูรอบทวารหนักเฉย ๆ  เสี่ยงน้อย เพราะ...ถ้าคู่นอนของเราใช้อวัยวะเพศถูไถที่ทวารหนักเท่านั้นเราจะสัมผัสแค่สารคัดหลั่งของคู่นอน (สารคัดหลั่งที่ว่านั้นคือน้ำหล่อลื่น) ซึ่งตัวเราเองก็ต้องแน่ใจว่าไม่มีการสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปเช่นกัน  แต่การถูไถแบบนี้นั้นถ้าอวัยวะเพศของคู่นอนเรามีเชื้อหูดหงอนไก่ หรือหูดข้าวสุก เมื่อเราสัมผัสเราสามารถรับเชื้อโรคดังกล่าวได้เช่นกัน

ฟันดาบกัน (เอาหัวอวัยวะเพศชนกัน)
คำตอบ  ไม่เสี่ยง
·         ถ้าเราเอาอวัยวะเพศมาชนกันเฉย ๆ หรือเสียดสีกัน หรือจับสองอันแล้วสำเร็จความใคร่พร้อมกันโดยไม่มีการดันน้ำอสุจิของคนใดคนหนึ่งเข้าไปในร่างกายเราก็ไม่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี

น้ำอสุจิแตกใส่หน้า และน้ำอสุจิจึงกระเด็นเข้าตา และจมูก
คำตอบ   เสี่ยง
·         น้ำอสุจิแตกใส่หน้า หรือ กระเด็นเข้าตา เสี่ยง เพราะ... เชื้อเอชไอวีจะอยู่ในน้ำอสุจิ และบริเวณหน้าและบริเวณตาของเราเป็นเยื้อบุอ่อน แต่ในขณะเดียวกันต้องดูว่ามีปริมาณแค่ไหนที่แตกใส่หน้าของเรา และมันได้ไหลเข้าไปข้างในลูกตาของเราหรือไม่  ภาวะเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อยนั้น ต้องดูว่ามีปริมาณแค่ไหน

ตอนมีเซ็กส์ สอดใส่ด้วยถุงยางอนามัย แต่เมื่อเสร็จแล้วนำมาแตกข้างนอก พ่นใส่รูทวาร (รอบรูตูด) และจิ๋มเทียม
คำตอบ   เสี่ยง
·         มีการร่วมเพศแล้วนำน้ำอสุจิมาพ่นใส่รูทวารหรือช่องคลอดเทียม ถ้าเรามีการยัดหรือสอดใส่อวัยวะเพศเพื่อดันน้ำอสุจิเข้าไปก็มีภาวะ        เสี่ยงได้เช่นกัน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                คำตอบ เสี่ยง
·         ไม่ว่าจะช่องคลอดเทียมหรือช่องคลอดจริง ก็มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย

การฉีดซิลิโคนเถื่อนด้วยการใช้เข็ม หรือ ไซริ่ง ร่วมกัน(เพราะบางรายเปลี่ยนเข็มแต่ไม่เปลี่ยนไซริ่ง)
คำตอบ เสี่ยงมาก
·         กรณี ใช้เข็มและกระบอกฉีด(ไซริ่ง)ร่วมกับคนอื่น ต้องดูว่ามีการดึงเลือดเข้ามาในกระบอกฉีดหรือไม่ ถ้ามีการดึงเลือดเข้ามาในกระบอกฉีดคล้าย ๆ กับคนที่ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีการฉีดก็มีภาวะเสี่ยงได้เพราะเลือดอาจตกค้างอยู่ในเข็มและกระบอกฉีด (ซึ่งเราบอกไม่ได้ว่าใครมีเชื้อเอชไอวี)
·         กรณี ใช้กระบอกฉีดอันเดิมแต่เปลี่ยนหัวเข็มใหม่ และใช้ร่วมกับคนอื่นความเสี่ยงก็ไม่ต่างข้อที่ 1
 
 
การสัมผัสแผล เลือด หรือน้ำเหลืองผู้ติดเชื้อ (การดูแลเพื่อน)
คำตอบ    ไม่เสี่ยง
·         การสัมผัสบาดแผลหรือทำความสาดแผลเพื่อนที่มีเชื้อเอชไอวี โอกาสเสี่ยงน้อยมาก หรือไม่มีเลย เพราะ... แม้ว่าเชื้อเอชไอวีจะอยู่ในเลือดแต่ปริมาณของเลือดที่เราสัมผัสนั้นมีปริมาณไม่มากพอ และการสัมผัสของเรานั้นตัวเราเองไม่ได้มีการดันเลือดที่มีเชื้อเข้าร่างกายของเราส่วนแผลที่เราสัมผัสนั้นเป็นแผลแบบไหน ถ้าเป็นแผลที่เป็นมามากกว่าหนึ่งวัน แสดงว่าแผลนั้นเริ่มมีการเยียวยาตัวเองปากแผลเริ่มปิดแล้วปกติร่างกายจะสร้างเยื่อบาง ๆ มาปกคลุมแผลเมื่อได้รับบาดเจ็บเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าแผลแบบนี้เชื้อเอชไอวีก็ไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้ โดยปกติถ้าเราจะทำแผลให้คนอื่นเรามักจะมีการระมัดระวังป้องกันแผลรับเชื้อโรคอยู่แล้ว เช่น การใส่ถุงมือ
 
 
ด้วยความเป็นห่วง
จากสาว ๆ ศูนย์ซิสเตอร์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

antispam